8 แนวทางช่วยในการเลือกซื้อบ้าน

แนวทางในการเลือกซื้อบ้าน

ถ้าพูดถึงการเลือกซื้อบ้านไว้อยู่เองสักหลัง เป็นเรื่องใหญ่ของคนเราเลยนะคะ เดี๋ยวทาง Anya Solution จะมาช่วยหาหลักการที่สามารถเป็นไกด์ให้เพื่อนๆ ได้ เอาไว้ไปเป็นองค์ประกอบเพื่อช่วยในการเลือกสรร เดี๋ยวติดตามกันนะคะ

อยากให้เพื่อนๆได้มีหลักการเลือกซื้อบ้านไว้อยู่เองสักหลัง ทางเราได้หลักการที่สามารถมาเป็นไกด์ให้เพื่อนๆได้ เอาไปเป็นองค์ประกอบในการพิเคราะห์และเลือกสรรค์ได้อย่างลงตัว แบ่งเป็น 8 แนวทาง ดังนี้นะคะ

  1. ขนาดพื้นที่บ้าน

นอกจากเรื่องแบรนด์ของตัวบ้านแล้วสิ่งที่ทำให้ราคาพุ่งสูงก็คือขนาดพื้นที่ดินที่บ้านหลังนั้นๆ ยิ่งโครงการตั้งอยู่ในที่เจริญแล้วก็จะยิ่งมีราคาสูงขึ้นไปอีกเนื่องจากราคาที่ดินต่อตารางวานี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ค่อนข้างมีผลต่อราคาบ้านเลยทีเดียวค่ะ ดังนั้นการที่เราสนใจจะซื้อบ้านสักหลังควรต้องรู้ขนาดที่ดินที่ตั้งของบ้านด้วยว่ามีขนาดเท่าใดกี่ตารางวา แล้วก็ลองคูณจำนวนพื้นที่ดู ที่สำคัญคือส่วนที่เหลือจากค่าที่ดินเราก็คิดเป็นราคาบ้าน ลองคิดวิเคราะห์ดูว่าเงินส่วนที่เหลือประมาณระดับนี้แล้วต้องจ่ายเงินในส่วนที่เหลือก็คือราคาบ้านลองดูว่าวัสดุและเงินส่วนที่เหลือคุ้มค่าไหม

หลังจากนั้นก็มาดูพื้นที่ใช้สอย พื้นที่ใช้สอยจะรวมกันทั้งพื้นที่ชั้นบนและชั้นล่างครับ ยิ่งตัวเลขมากๆก็หมายความว่าราคาบ้านย่อมแพงเพราะสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นตามไปด้วย ดูว่าเหมาะกับความต้องการของเรารึเปล่านะคะ

  1. แบบแปลนบ้าน

แบบบ้านเป็นอีกหนึ่งความจำเป็นที่ต้องใช้ในการประกอบการตัดสินใจครับ อย่างเช่นขนาดหน้ากว้างและความลึกของตัวบ้าน จำนวนที่จอดรถ จำนวนห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว รวมถึงพื้นที่ใช้สอยรอบบ้าน เพื่อที่จะดูว่าเข้ากับชีวิตประจำวันของทุกคนภายในครอบครัวด้วยรึเปล่า เช่นเน้นเลยว่าต้องมีห้องสำหรับลูกกี่คน ต้องมีห้องพระไหมต้องมีห้องสำหรับไว้รับรองแขกที่มาจากต่างถิ่นรึเปล่า ต้องมีห้องเก็บของหรือสักมุมหนึ่งไว้เก็บข้าวของที่ไม่ใช้แล้ว เป็นต้น เรื่องภายในบ้านเหล่านี้จะตอบเสนอความต้องการได้หากศึกษาจากการดูแปลนบ้านชั้นล่างชั้นบนโดยละเอียด

  1. วัสดุและลักษณะโครงสร้างของบ้าน

จากที่กล่าวไปข้างต้นหากรู้ราคาที่ดินแปลงที่เราซื้อหักลบกับเรื่องของแบรนด์ของโครงการบ้าง ค่าทำเลภายในหมู่บ้านบ้าง ที่เหลือส่วนใหญ่ก็จะเป็นค่าตัวบ้าน ควรงพิจารณาดูว่าวัสดุและเทคโนโลยีที่ทางโครงการใส่ให้กับบ้านของเราคุ้มค่ารึเปล่า เช่น ระบบระบายอากาศในบ้าน ระบบป้องกันความร้อนจากภายนอก ระบบควบคุมไฟฟ้าในบ้าน โครงสร้างบ้านที่ใช้เป็นวัสดุแบบไหน อิฐมวลเบา อิฐมอญ หรือเป็นแบบ Precast บ้าง ข้อดีข้อเสียของวัสดุ แตกต่างกันไป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เพื่อนๆต้องคำนึงถึงเพราะทุกชิ้นทุกมุมในบ้านคือสิ่งที่เราต้องจ่ายเงินซื้อรวมไว้ในราคาบ้านแล้ว ต้องละเอียดรอบคอบนิดนึงนะคะ

  1. สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

ควรคำนึงถีงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด ควบคุมการเข้าออกหมู่บ้านด้วยระบบคีย์การ์ด รึเปล่า ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกของสระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น ห้องฟิตเนส หากมีสิ่งเหล่านี้ก็จะขึ้นอยู่กับสไตล์เราเป็นอย่างไร

  1. ทำเลที่ตั้ง

ในส่วนของเรื่องทำเลที่ตั้งนั้นกว่าที่ท่านจะเข้าชมโครงการได้คงต้องเลือกโครงการที่อยู่บริเวณอันใกล้สถานที่ทำงานหรือเส้นทางการดำรงชีวิตของท่านอยู่แล้วใช่ไหมครับ คงเลือกตามวัตถุประสงค์ของแต่ละคนอยู่แล้ว ส่วนเรื่องทำเลจะดีไหมอันนี้ต้องอาศัยการสำรวจ และสอบถามกันอีกทีค่ะ หลายคนเปลี่ยนใจอยากได้โครงการใหม่ก็เพราะเรื่องทำเลที่ตั้งนี่ล่ะครับ อย่างว่าแหละครับผม อีกซอยหนึ่งอาจจะทะลุออกถนนใหญ่หรือใกล้ศูนย์การค้าทำเลดีๆ ก็ได้ บางทีอยู่ในกรุงเทพหากเลือกซอยผิดเพียงซอยเดียวคนสองคนทำงานที่เดียวกันยังถึงที่ทำงานต่างกันเป็นครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว ดังนั้นท่านควรจะคำนึงถึงเรื่องทำเลกันให้ดี เพราะเมื่อซื้อแล้วเป็นมูลค่าค่อนข้างสูง แก้ไขยากมากเลยนะคะ

  1. ความคืบหน้าโครงการพร้อมอยู่เมื่อไร

หลายคนซื้อบ้านเพราะต้องการที่อยู่อาศัยโดยเร็ว เช่นเมื่อก่อนอยู่คอนโดพอมีลูกตัวเล็กก็อยากซื้อบ้านให้ทันย้ายวันที่ลูกคลอดพอดี แต่โชคร้ายตอนซื้อกลับลืมดูว่าโครงการยังต้องผ่อนดาวน์อยู่เลยบ้านยังไม่เสร็จเสียที

มีหลายคนมีบ้านอยู่แล้วหวังไว้ว่ามีเงินสักก้อนจะลงทุนหาซื้อบ้านให้คนอื่นเค้าเช่า แนะนำว่าควรต้องเช็คความคุ้มค่าสำหรับระยะเวลาที่ต้องผ่อนดาวน์บ้านเองด้วย ในขณะที่บ้านยังไม่เสร็จต้องผ่อนดาวน์เองยังไม่สามารถทำรายได้ให้เราได้ในขณะนี้ พูดง่ายๆ ระหว่างที่บ้านยังไม่เสร็จก็ยังไม่มีลูกค้ามาเช่าบ้านจ่ายค่าผ่อนแบงค์แทนเรา หากเจอกรณีนี้ต้องผ่อนดาวน์เป็นระยะเวลาเป็นปีๆ ก็หนักหนาเอาการอยู่ หากจะซื้อบ้านอย่าลืมถามวันที่บ้านจะเสร็จพร้อมอยู่ด้วยนะคะ

  1. อนาคตหมู่บ้านหลังจากโครงการขายบ้านหมด

อย่าลืมถามพนักงานขายสำหรับเรื่องของการดูแลหมู่บ้านหลังจากที่ขายบ้านหมดแล้วด้วยนะคะ เพราะหากหลังจากการขายหมู่บ้านเสร็จหากไม่มีการจัดการหมู่บ้านที่เข้มแข็งสภาพหมู่บ้านส่วนกลางจะแย่มากๆ และทรุดโทรดเร็วมากๆ ดังนั้นคำตอบที่อยากได้คือควรต้องมีการตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านคอยดูแลเรื่องส่วนรวมทุกเรื่องของหมู่บ้านและมีการเก็บค่าส่วนกลางเพื่อบริหารหมู่บ้านในอนาคตต่อไปค่ะ

  1. งบประมาณที่ใช้ซื้อทั้งหมด

เรื่องนี้เรื่องใหญ่ นอกจากราคาบ้านที่เราเห็นแล้ว เพื่อนควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆในวันโอน ค่าส่วนกลาง ค่าตกแต่งบ้าน รายจ่ายระหว่างการซื้อขายบ้านต่อไปด้วย กระบวนการกู้เงิน ระยะเวลาในการผ่อนชำระ ควรวางงบประมาณให้ลงตัว คิดเผื่อด้วยว่า ถ้าสะดุดสัก 2-3 เดือน เรามีความสามารถในการผ่อนรึเปล่าด้วยนะคะ

  1. เจ้าของโครงการคือใคร

เรื่องนี้จำเป็นต้องรู้ประวัติและผลงานเก่าๆ ของเจ้าของโครงการครับเพราะว่ามีมากมายที่โครงการสร้างเสร็จสำเร็จสวยหรู แล้วก็มีหลายโครงการที่ไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่งนะคะ

ในตลาดปัจจุบันมีทั้งแบรนด์ใหญ่และ แบรนด์เล็กๆ จุดอ่อน จุดแข็งก็แตกต่างกันออกไป ทุกแบรนด์ไม่มี perfect 100% แต่การจัดการการบริหารโครงการเค้าจะมีความแตกต่างกัน มาตรฐานก็แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า เราพอใจในการดำเนินการของแบรนด์ใด เหมาะสมกับความต้องการของเรามากที่สุด

สุดท้ายนี้เราหวังว่าบทความนี้พอมีประโยชน์กับท่านบ้าง หรือสนใจปรึกษาเราเกี่ยวกับการซื้อขายบ้านได้ที่

Anya Solution : www.anyasolution.com

ถ้าชอบสามารถแชร์ ได้นะคะ