ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำยังไงดี ทางออกมีอะไรบ้าง

ผ่อนไม่ไหว ทำยังไงดี

การเงินในปี 2564 ปีนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เพราะเราเชื่อเหลือเกินว่ายังมีคนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา แถมยังเกิดวิกฤตการระบาดละลอก ที่ 3 อีกทั้ง วัคซีนที่ยังมาไม่ทั่วถึง จึงเกิดการล๊อกดาวน์อีกครั้ง ยังส่งผลทำเกิดปัญหาด้านการเงิน ทำให้ ทั้งผู้บริโภค และ เจ้าของกิจการ ทั้งหลาย กระทบจนเกิดสภาวะวิกฤต กันอีกครั้ง

แก้ปัญหา
แก้ปัญหา

บางคนตอนนี้ เริ่ม ผ่อนบ้านที่อยู่อาศัยไม่ไหว แม้อาจจะได้รับการช่วยเหลือลดภาระหนี้จากธนาคารไปตั้งแต่ช่วงต้นปี 63 แล้ว ซึ่งธนาคารเอกชนส่วนใหญ่ก็กำหนดระยะเวลาช่วยเหลือไว้ 6 เดือนหรือบางธนาคารให้ 12 เดือนบ้าง แล้วถ้าผ่อนไม่ไหวจริง ๆ เราสามารถทำยังไง ได้บ้าง เบื้องต้น

มาตรการการช่วยเหลือจากธนาคารแห่งประเทศไทย และ ธนาคารชั้นนำต่าง ๆ  มีนโยบาย วิธีหลักๆ ออกมาได้ 7 วิธีตามนี้ค่ะ

  1. ขอพักชำระเงินต้น

  2. ขอพักชำระหนี้

  3. ขอลดยอดผ่อนชำระรายเดือนให้ต่ำกว่าปกติ

  4. Refinance

  5. Retention

  6. ขอขยายเวลาชำระหนี้

  7. ขอปรับโครงสร้างลูกหนี้รายย่อยโดยวิธีการรวมหนี้

แบ่งชำระหนี้ เลื่อนระยะเวลา ขอผ่อนผัน
แบ่งชำระหนี้ เลื่อนระยะเวลา ขอผ่อนผัน

แต่ละหัวข้อ มีรายละเอียดดังนี้ คือ

  1. ขอพักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย หมายความว่าธนาคารจะให้เราจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย (เงินต้นยังอยู่เหมือนเดิม) ซึ่งเราต้องมาดูว่าโดยปกติแล้วเราจ่ายดอกเบี้ยไปเท่าไร ตัดเป็นเงินต้นเท่าไหร่ ก็จะจ่ายแค่เฉพาะส่วนของดอกเบี้ย ก็ถือว่ายังดีที่พอช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้ โดยธนาคารส่วนใหญ่จะต่อระยะเวลาออกไปให้อีก 3-6 เดือนและอาจจะมีเงื่อนไขอื่น ๆ อีก

    แบ่งชำระ
    แบ่งชำระ
  2. ขอพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย หรือการพักจ่ายหนี้ เป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับคนไม่มีรายได้เข้าในช่วงนี้เลย หลายๆ ธนาคารก็จะให้เวลาอยู่ที่ 3 เดือน ถือว่าดีทำให้ ชะลอการจ่ายหนี้ออกไป สามารถเอาเงินสดที่เก็บไว้ไปใช้ตอนวิกฤตแบบนี้ก่อนได้ แต่การพักชำระหนี้ไม่ได้หมายความว่า เงินต้นและดอกเบี้ยแต่ละเดือนจะหายไป ธนาคารจะเอาคิดทบคืนย้อนหลังเมื่อครบกำหนด แล้วจะแบ่งจ่ายอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร

  3. ขอลดยอดผ่อนชำระรายเดือนให้ต่ำกว่าปกติ มีหลายธนาคารที่ ให้ขอปรับลดยอดผ่อนได้ โดยส่วนใหญ่จะปรับลดลงให้ประมาณ 30%-50% และจะมีกำหนดระยะเวลาด้วยว่าปรับลดให้กี่เดือน ซึ่งปกติธนาคารมักยอมให้ผ่อนผันได้ไม่เกิน 2 ปี และขอดำเนินการได้ครั้งเดียว

    debt restructuring
    debt restructuring
  4. Refinance เป็นอีกหนึ่งหนทางสำหรับลูกหนี้ที่ผ่อนบ้านไม่ไหวใช้เพื่อช่วยลดค่างวด แต่ละเดือนให้น้อยลงได้ โดยย้ายหนี้ จากธนาคารเดิมที่เรามีสัญญาร่วมกันอยู่ไปยังอีกธนาคารใหม่ ที่เสนอดอกเบี้ยในอัตราที่ถูกกว่า ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารจะกำหนดให้เรา Refinance ได้หลัง 3 ปี มิฉะนั้นจะมีการ เสียค่าปรับ

    Retention เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดดอกเบี้ยบ้านได้เหมือนกับ Refinance ต่างกันแค่เป็นการขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมที่เป็นเจ้าหนี้ปัจจุบัน ซึ่งทำง่ายกว่าเพราะไม่เสียค่าธรรมเนียมในการยื่นกู้ใหม่ ไม่ต้องเสียค่าจดจำนองใหม่ แต่อัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่ถูกเท่ากับการย้ายไปธนาคารใหม่

    ยืดระยะเวลา
    ขยายเวลา
  5. ขอขยายเวลาชำระหนี้ ตามปกติแล้วธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดระยะเวลาปล่อยกู้ประมาณ 30 ปี และจะต้องผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดภายในอายุ 70 ปี ซึ่งหากการกู้เดิมยังไม่เต็มระยะเวลาการกู้ก็อาจขอขยายออกไปอีกได้ จะช่วยให้ภาระหนี้ในแต่ละเดือนลดลง เช่น จากเดิมเคยยื่นกู้ไว้ว่าจะชำระหนี้ 25 ปี ก็อาจขอยืดระยะเวลาไปเป็น 30 ปีได้ แต่รวมแล้วต้องชำระทั้งหมดก่อนอายุ 70 ปี

    ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
    ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
  6. ขอปรับโครงสร้างลูกหนี้รายย่อยโดยวิธีการรวมหนี้ เป็นนโยบายช่วยเหลือจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับใครที่ติดหนี้ทั้งสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันอย่างเช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลขยายเวลา วิธีช่วยเหลือ คือ การใช้บ้านเป็นหลักประกัน เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยให้กับสินเชื่ออื่น ๆ  จะถูกปรับลดลงมาไม่ให้เกิน MRR ในปัจจุบัน ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารอีกทีว่ามีค่า MRR อยู่ที่เท่าไหร่ เพราะไม่เท่ากันของแต่ละธนาคาร  โดยสามารถเข้าร่วมโครงการได้ถึง 31 ธ.ค. ปี 64 เป็นมาตรการล่าสุดที่เพิ่งออกมาช่วยเหลือเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2563 นี้เอง แต่เค้าก็มีเงื่อนไขกำหนดมาว่าสถานะของสินเชื่อบ้านจะต้องไม่เป็นหนี้เสีย (NPL) หมายถึงว่าต้องไม่มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน

แต่ทางเราก็ยังมีทางออกที่สามารถแนะนำได้ เพิ่มอีก 2 วิธี คือ

ขายต่อ
ขายต่อ
  1. ให้เพื่อน หรือ ญาติ รับบ้าน ไปผ่อนต่อ เหมือนการขายดาวน์ ซึ่งยอมเสียส่วนที่ผ่อนไปแล้ว ยกบ้านต่อให้ฟรี แถมออกค่าโอนให้ แค่รับโอนไปผ่อนต่อก็พอ แต่ผู้ที่รับไปก็ต้องเป็นคนที่มีความต้องการและมีความสามารถในการผ่อนต่อได้ด้วย

  2. ลงประกาศ ขายบ้าน ราคาถูก เสมือน ว่ายกให้ไปผ่อนต่อฟรี ๆ แถมค่าโอนให้ แค่รับโอนไปผ่อนต่อก็พอ วิธีนี้จะดีที่สุด แต่ช้า เพราะกว่าจะได้คนมาช่วยขาย และกว่าจะตกลงกับผู้ซื้อ ต้องรอผู้ซื้อกู้ อาจจะต้องใช้เวลา พอควร

ทั้งหมดนี้ คือ คำแนะนำและเป็นมาตรการของธนาคาร ที่สามารถช่วยเหลือ ผู้บริโภค ที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยตรง จาก โรค Covid-19 หวังว่า บทความนี้จะเป็นทางออกที่ดี สำหรับท่านที่กำลังประสบปัญหา หาทางแก้ไขได้ในเบื้องต้น แต่ทั้งนี้ ก็ควร พิจารณา ความเสียหาย หรือ ค่าเสียโอกาส ไปด้วย ว่า คุ้มรึเปล่าที่จะแก้ไขในแต่ละวิธี ถ้าคิดว่า อดทนอีกสักระยะ แล้วจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ก็ควรจะคุยกับธนาคาร เพื่อให้เค้าช่วยหาทางออกให้เราอีกทางก็ดีนะคะ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ ไปได้อย่างง่ายดาย และกลับมามีชีวิตที่ดีดังเดิมนะคะ

Anya Solution นายหน้าขายบ้าน มืออาชีพ และมีคุณภาพ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในด้านการตลาดและการขาย พร้อมให้คำแนะนำค่ะ

รับฝากขาย จัดหา บ้าน ที่ดิน คอนโด พร้อม สินเชื่อ : https://anyasolution.com